| Paralee's profileKiedisPhotosBlogLists | Help |
|
Kiedis25 محرم เขียนบล๊อคครั้งแรกกับความรู้สึกน้ำเน่าพึ่งเคยเขียนบล็อกกับเค้าเป็นครั้งแรก และก็ยังไม่เคยเขียนอะไรให้เพื่อนๆอ่านเลยในชีวิตมหาวิทยาลัยเกือบ 4 ปีที่ผ่านมา วันนี้ก็อาจจะเขียนยาวซักหน่อย เลยขอเตือนเอาไว้สำหรับผู้ที่ขี้เกียจอ่าน วันนี้รู้สึกเศร้าปนๆใจหาย ทั้งๆที่เป็นวันเกิดตัวเองแท้ๆ เพราะว่ามันฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า มันก็เหลือเวลาอีกไม่กี่วันแล้วนี่หว่า ที่เราจะได้ใช้ชีวิตกับเพื่อนๆ ตลอดเวลาเกือบ 4 ปีที่ผ่านมา เราไม่เคยที่จะใส่ใจอะไรหรือจริงจังอะไรกับคำๆนี้เท่าไหร่ “เพื่อน” พึ่งมาสำนึกได้ก็ตอนปีสุดท้ายเทอมสุดท้าย เพราะตลอดเวลาก็ใช้ชีวิตแบบไม่แคร์อะไร อยู่ไปวันๆคิดถึงแต่เรื่องตัวเอง แต่พอมันใกล้จะถึงวันสุดท้ายจริงๆ มันรู้สึกแปลกๆบอกไม่ถูกอ่ะ ไม่รู้ว่าชีวิตข้างหน้าจะเป็นยังไง จะได้เจอเพื่อนดีๆอย่างนี้อีกมั้ย จะได้เจอกันอีกมั้ย แล้วความรู้สึกล่ะจะเหมือนเดิมกันรึป่าว เรารู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากๆ ที่ได้มาอยู่ในกลุ่มนี้ รู้สึกอบอุ่นดีอ่ะ คือมันพึ่งจะมาสำนึกอ่ะ เมื่อย้อนภาพเก่าๆดู รู้สึกเสียดายวันเวลาตั้งหลายร้อยวันที่เราได้ใช้ชีวิตด้วยกัน แต่กลับปล่อยมันไปอย่างไร้ค่า ภาพที่เคยนั่งเรียนด้วยกันตอนปี 1 ซึ่งสมัยนั้นยังมาเรียนกันพร้อมหน้าอยู่ เวลาพักกลางวันก็จะออกไปกินข้าวหน้าม. ไม่ร้านเจ๊ณี ก็ canteen หรือไม่ก็เปลี่ยนร้านไปเรื่อยๆวนเวียนอยู่แต่แถวนั้น ระหว่างทางเดินไปกลับหน้าม. ก็จะเดินมาเป็นกลุ่มพร้อมๆกัน แถมด้วยเพื่อนข้างนอกกลุ่มที่มาวนเวียนบ้าง เดินคุยกัน หยอกล้อกัน คุยกันเรื่องเรียน เรื่องดารา การ์ตูน ด่ากันไปแขวะกันมา พอถึงร้านนั่งสั่งกับข้าว ก็พยายามคิดเมนูแปลกๆกัน เพราะว่าเมนูเก่าๆเริ่มเบื่อ พออาหารมาส่งแต่ละคนก็จะคอยชะเง้อดูว่า จานของเพื่อนมันน่ากินมั้ย และก็จะลองชิมกันคนละคำสองคำ และก็จะรู้สึกว่า เอ๊ะ ทำไมจานของเพื่อนมันอร่อยกว่าของตัวเองวะ และก็จะไม่ลงมือกินจนกว่าจานสุดท้ายของเพื่อนจะมาส่ง มันเป็นธรรมเนียมไม่รู้คนอื่นๆจะทำแบบนี้มั้ย แต่ตอนอยู่โรงเรียนเก่ากูไม่ทำว่ะ พึ่งมาทำก็ตอนนี้แหละ แต่กูก็รู้สึกดีนะ เพราะก่อนหน้านั้นกูไม่ค่อยแคร์เรื่องพวกนี้เท่าไหร่ พอมาอยู่กับพวกมึงกูรู้สึกว่านิสัยกูอ่อนลง ดูคิดถึงคนอื่นมากขึ้น ต้องขอบคุณพวกมึงนะ สมัยนั้นพวกเรายังไม่มีรถใช้กัน พอถึงตอนเย็นเรียนเสร็จก็ต้องมานั่งต่อรถสาย 75 กลับบ้าน เราก็มักจะนั่งรถไปกับแอน นุ่น ซะเป็นส่วนใหญ่ บางวันเลิกเรียนแต่วันก็จะรวมกลุ่มกันไปเที่ยวห้าง สมัยนั้นเซ็นทรัลยังไม่เปิด ก็นั่งรถถ่อไปเดอะมอลล์ท่าพระ ซึ่งมาคิดดูตอนนี้ กูนั่งไปได้ไงเนี่ย ไกลใช่ย่อย แล้วก็จะไปดูหนังกัน เวลาไปก็ไปกันเป็นกลุ่มใหญ่ สนุกสนานเฮฮาซะนึกว่าเป็นบ้านตัวเอง บางครั้งเรากับนุ่นก็บ้าจี้ ไปดูหนังกับสกล ซึ่งมันชวนดูหนังบ่อยมาก ซึ่งจริงๆก็ไม่ได้อยากดูเท่าไหร่หรอก แต่เกรงใจมัน พอเริ่มเรียนมาได้ซักพัก เวลาเลิกเรียนเร็วๆก็ไปสิงสู่ที่หอพัดเก่า จำชื่อไม่ได้และ ไปนั่งดูหนัง จำได้กูดูหนังเกาหลี my sassy girl มั้ง สนุกดี แล้วก็เรื่อง fly me to polaris มั้ง ที่ตอนนั้นไอ้พัดมันบ้า จางป๋อจือ แล้วก็เล่นเกมส์พวก sims นี่แหละ สมัยพัดยังใช้โน้ตบุ๊คอยู่ บางครั้งก็เผลอหลับคาเตียงพัดไปซะงั้น อ้อ จำได้ว่าเคยกินก๋วยจั๊บเวียดนามครั้งแรกก็ตอนอยู่หอพัดนี่แหละ แถมได้กินแหนเนืองด้วย พัดมันซื้อกลับมาฝากแล้วก็ทำให้กิน อร่อยดีนะ ถึงแม้จะไม่ค่อยอิ่ม เพราะคนกินหลายคน แต่ก็รู้สึกดี เมื่อย้อนกลับไป เกือบลืม ตอนช่วงรับน้องด้วย ต้องกลับดึกกันทุกวัน พอ 6 โมง ตาลก็จะขออนุญาตกลับก่อน เพราะว่าเดี๋ยวกลับถึงบ้านดึก ส่วนอ้อนั้น แม่ไม่อนุญาตให้อยู่ มันก็เลยสบายไป อันที่จริงพวกเราก็ถือว่าเป็นผู้หญิงที่ถึกกันใช้ได้ เท่าที่จำได้ไม่มีใครเป็นอะไรเลย พอหมดช่วงรับน้อง ช่วงสอบก็ใกล้เข้ามา ถือว่าเป็นการเริ่มประเพณีของพวกเรา เริ่มจาก เริ่มหยิบยืม lecture จากเจ้าของที่ไว้ใจได้ โดยก่อนหน้าที่จะยืม ก็ต้องคิดกันก่อนว่า วิชานี้ใครเข้าเรียน ใครจด ใครตั้งใจเรียนบ้าง แล้วก็ไปยืมของคนๆนั้นมา ช่วงแรก lecture ที่ยืม ก็มีเป็นของคนในกลุ่มบ้าง ที่มันตั้งใจเรียน แต่พอหลังๆ หึหึ คงจะรู้นะ แต่ละคนรวมทั้งกูด้วย โดดกันกระจาย หรือถ้าไม่โดดก็ไม่ได้จด 555 หลังจากนั้น ก็นำไปซีร๊อก ไม่เข้าใจถึงช่วงนี้ทีไร คนแน่นร้านทุกที กูรู้สึกว่าที่บ้านกูอ่ะไอ้กระดาษซีร๊อกมันหนากว่าหนังสือซะอีก พอได้ lecture ครบ ก็แบกกลับบ้านมันคนละกำสองกำ เอ๊ะ พูดยังกะซื้อผัก ต้องขอบคุณหลิงอ่ะนะ ที่ทำให้กูมาได้จนถึงทุกวันนี้ ขอบคุณงับ พอช่วงปี 2 เราก็เริ่มมีรถขับกันเอง อีนุ่นก็จะเป็นคนที่มีดวงเพื่อนอุปถัมภ์ นุ่นชาติก่อนแกทำบุญด้วยอะไรวะ แต่กูก็เต็มใจนะ แม้บางครั้งจะขี้เกียจมารับมึงก็เหอะ พอเริ่มมีรถก็เริ่มไปเที่ยวกันบ่อยขึ้น ไปเที่ยวกันไกลขึ้น เริ่มไปเที่ยวต่างจังหวัด ครั้งแรกก็ไปพัทยากัน ซึ่งตอนนั้นไปกันเกือบครบขาดก็แต่ อ้อ หลิน จำได้ว่าตอนนั้นอีพัดกับอีแอนงอนกัน ขาไปมันเลยมานั่งรถกู แต่พออีสองตัวนี้คืนดีกันปุ๊ป แหม ขากลับนี่ปล่อยกูไปเลยนะ อีอ้อ ถึงไม่ได้ไปตอนนั้นก็โทรมาด้วยความเป็นห่วง รึป่าว ถามไถ่ว่าถึงไหนกันแล้ว แถมเกือบทำพวกกูหลงทางเพราะถามทางมันนี่แหละ เป็นการขับรถไปเที่ยวกับเพื่อนครั้งแรกในชีวิตของกู ตื่นเต้นดี แอบเกร็งเล็กน้อย เพราะรู้สึกว่ามีหลายชีวิตอยู่ในรถกู รู้สึกว่าปี 2 นี่ชีวิตสนุกที่สุดและ ในความคิดกูนะ ไม่ถึงกับเรียนหนักมาก แล้วก็เริ่มสนิทกันมากขึ้น ถือว่าเป็นช่วงที่รู้สึกว่ามีความสุขเกือบตลอด พอเทอม 2 ก็เริ่มไปเที่ยวกันบ่อย และเริ่มรู้จักกับของเล่นชิ้นใหม่ ร้องเกะ นั่นเอง เวลาร้องเพลง อีพัด ก็เป็นคนที่ร้องเพราะสุด อีนี่มีอยู่พักนึงกดแต่เพลง แอน มาช่า พอหลังๆเริ่มเป็นสาว rock มากขึ้น พัดนี่แปลก เวลาพูดนี่เหน่อนะ แต่พอร้องเพลงนี่ชัดเชียว มาถึงอีนุ่น เอ่อ อีนี่ชอบกดเพลงแปลกๆ ประมาณว่าชาวบ้านไม่รู้จัก แต่กูรู้จัก จะทำไม ก็ยังหน้าด้านร้องต่อไป อีหลิน เอ่อ อีนี่ก็มาเสียเงินนั่งฟังเพื่อนร้องซะงั้น อีนี่จะคล้ายๆกับอีแอน นั่งดูเพื่อนร้อง นานๆจะกดที แต่พอกดทีก็มาเป็น combo เหมือนกันแฮะ ส่วนมาก จะหนักทางนั่งยิ้มและขำกับท่าทางและน้ำเสียงของเพื่อนๆ อีอ้อ เอ่อ โบราณ เก่า มันเลือกมาแต่ละเพลง เพลงที่ยังคงติดตราตรึงใจเพื่อนๆ top of the world กดแม่งอยู่นั่นแหละ เสียงก็แสนจะแหลมแสบแก้วหู อีตาล ร้องโอเค ช่วงหลังๆเข้าขากันดีกับอีพัด เห็นตาลอย่างงี้ แต่มันชอบเพลง rockๆ นะ เห็นกดทีไรมีแต่เพลงมันส์ๆ ไม่น่าเชื่อ อีเขต อีนี่ต้องไว้สุดท้าย เอ่อ ใครที่เคยไปร้องเกะกับมันคงรู้สันดานมันดี ไม่อยากจะพูด เสียงแม่งโหยหวนโคตรพ่อโคตรแม่ เวลามันแหกรูตูดร้องที กูงี้อายห้องข้างๆ กลัวเค้าจะคิดว่า ข้างๆเป็นโรงฆ่าสัตว์ ยิ่งมันเข้าคู่กับอีนุ่นนะ ไม่อยากพูดถึง เพลง when you believe อ่ะ ไม่มีใครยอมกันเล้ย แต่กูรู้สึกนะ ไปร้องเกะกับใครๆ ก็ไม่หนุกเท่าพวกมึงแล้วอ่ะ แบบไปร้องกับคนอื่นมันก็เขิลๆอ่ะ ร้องแบบเหนียมอาย ต้องนั่งหนีบร้อง ช่วงนั้นก็บ้าร้องเกะกันมาก แต่ก็รู้สึกปลดปล่อยดีนะ แต่ร้องเกะกับพวกเรานี่อย่าวังว่าจะได้พวกค่าอาหารค่าน้ำเพิ่ม มากันเพื่อร้องอย่างเดียว พอเริ่มเข้าปี 3 งานเยอะจัง เริ่มเครียดกัน จนเริ่มไม่พอใจกันบ้าง แต่ก็ผ่านกันมาได้ จำได้ว่าทำงานอยู่โต้รุ่งจนเช้าบ่อยมาก หรือไม่ก็อยู่ม.จนดึก ทั้งงานในวิชา แถมด้วยโปรเจ๊คจบอีก ก็ทำให้เครียดไปตามๆกัน แต่ก็ยังพอมีเวลาไปแรดอยู่เนืองๆ แม้จะน้อยลงบ้าง พอปี 4 โดนโปรเจ๊คกันเต็มๆ ก็เครียดกันมากขึ้น ปี 4 นี้ ไอ้เขตไม่อยู่แล้ว ก็รู้สึกแปลกๆเหมือนกัน ปกติต้องสลับกับอีแอนไปรับไปส่งมัน ต้องคอยเอาอาหารจากตู้เย็นไปให้ เพราะสงสารสัตว์โลก ไม่มีข้าวแดก 555 ตังค์หมดเพราะเสือกแรดอยากติดเน็ต hi-speed เวลาขากลับจากม. ที่กูต้องขับไปทางถนนใต้ทางด่วน ไม่รู้เป็นไร เวลาเจอแยกที่สอง ที่เขียนว่าวัดโพธิ์ทอง กูต้องแอบมองทุกที เวลามันอยู่ในกลุ่ม ก็ทำให้กลุ่มเติมเต็มมากขึ้น มึงรู้ตัวรึป่าว ชอบคิดว่าตัวเองเป็นคนนอก ขอพูดถึงมันพิเศษนิดนึง เพราะอีนี่ชอบแรดคิดมาก คิดว่าเพื่อนๆไม่รัก อีบ้า ไม่มีมึงกลุ่มก็ไม่ครบอ่ะ กูบอกแค่นี้ ช่วงเทอมแรกต่างคนก็เครียดกับโปรเจ๊ค จนกูรู้สึกว่าเริ่มห่างๆกัน ใครอยู่กลุ่มเดียวกันก็จะสนิทกับคนนั้นมากหน่อย ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ แต่ช่วงปีนี้เป็นช่วงที่กูจิตตกอยู่บ่อยๆ เกิดอาการงอนบ่อยขึ้น คงจะมาจากความเครียดมั้ง กูไม่พูดกับพัดอยู่พักใหญ่ จนรู้สึกว่ากูพลาดอะไรหลายๆอย่างเกี่ยวกับมันไป การโกรธกันนี่ไม่ดีเลย แล้วกูก็ชอบโกรธกับเพื่อนตอนปีสุดท้ายทุกที ตั้งแต่ประถม มัธยม ยันมาถึงมหาลัย มันเป็นโรคอะไรไม่รู้ พอหายโกรธกัน รู้สึกว่ามันเติมเต็มอีกครั้ง เพราะในกลุ่มแต่ละคน ก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป คือคนนั้นขาดอันไหน ก็มีอีกคนนึงทดแทนให้ พอขาดใครไป ก็ไม่มีใครทดแทนได้ พอได้พัดกลับมา ก็รู้สึกว่า ชีวิตมันก็เต็มขึ้นนะ ปี 4 นี้เริ่มสนิทกับเพื่อนนอกกลุ่มมากขึ้น อันที่จริงก็ไม่ถือว่านอกแล้วแหละ เพียงแต่ถือว่าเป็นสมาชิกใหม่ แก๊ป เบ๊นซ์ เฮิน ทำไมพึ่งมาสนิทกันมากขึ้นช่วงนี้น้า เสียดายจัง รู้สึกว่าพวกมันเป็นคนดีอ่ะ แต่รู้สึกแปลกใจกับเฮินมากสุด 555 ไม่น่าเชื่อ เฮิน ไม่ใช่คนอย่างที่เราคิดไว้เลยแฮะ พอเทอมสุดท้ายของปี 4 ก็เริ่มเที่ยวกันตะบี้ตะบัน เริ่มจากเที่ยวกลางคืน 555 จริงๆก็เคยเที่ยวมาตั้งแต่เทอมที่แล้วแล้วแหละ แต่ว่ารู้สึกว่าไม่มันส์อ่ะ ไม่เหมือนที่ไปคราวบายเนียร์วันนั้น ถึงแม้ว่ามันจะแป้ปเดียวเอง แต่รู้สึกดีนะ มาจากหลายสาเหตุด้วยมั้ง อย่างแรก พัดกับกูพูดกันแล้ว 555 ดีใจๆ เป็นวันแรกเลย รู้สึกครบ อีเขตก็กลับมา ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า ยกเว้นอีตาลกับอีอ้อ แต่ไม่เป็นไร ตอนอยู่ในโรงแรมก็ครบทุกคน อย่างที่สอง ได้ไปกับเพื่อน มันเหมือนกับว่า จะมีแบบนี้อีกมั้ย วันที่เราจะรู้สึกแบบนี้อีก วันที่เราจะได้มาเที่ยวเกือบจะพร้อมหน้าแบบนี้อีก อีนุ่นสามารถอยู่ดึกได้ แม้หลังจากนั้นกูกับอีแอนได้ขึ้นไปอยู่ใน black list พ่อมันเรียบร้อย หลังจากนั้นก็ไปเกาะล้านกันอีก คราวนี้เกือบจะครบแต่ก็ไม่ครบ ขาดเขตและนุ่น ก็สนุกดี เพราะพึ่งเคยไปเที่ยวต่างจังหวัดครั้งแรกกับอ้อ ไม่รู้ต่อไปจะได้ไปกับมันอีกมั้ย เฮ้อ ชาตินี้จะได้ไปเที่ยวกันครบทุกคนมั้ยเนี่ย พอคนนึงมา คนนึงก็ไม่มา อืม กูก็เขียนไปซะเยอะ อยากจะบอกว่า รักพวกมึงทุกคน แม้ต่อไป ไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกมั้ย อยากบอกว่าพวกมึงเป็นเรื่องดีที่สุดในชีวิตมหาลัยของกู กูไม่เคยรู้ ไม่เคยคิด ไม่เคยรู้สึก จนกระทั่งกูสำนึกได้ว่าเหลืออีกไม่กี่วัน จะไม่ได้เจอกัน ปิดเทอมคราวนี้ มันไม่เหมือนเดิม เพราะไม่มีวันเปิดเทอมอีกแล้ว ก่อนหน้านี้เมื่อถึงสอบเสร็จปลายภาคทีไร กูก็จะรู้ว่ามันจะมีวันเปิดเทอมเสมอ และจะได้เจอพวกมึง แต่คราวนี้มันไม่เหมือนเดิมอีก ไม่มีวันเปิดเทอมอีกแล้ว กูไม่รู้ว่า ถ้ากูไม่ได้เจอพวกมึง ชีวิตมหาลัยกูจะเป็นยังไง ขอบคุณที่ช่วยเช็คชื่อให้กู คอยโทรจิกกู คอยเก็บชีทไว้ให้กู คอยบอกกูว่าการบ้านมีอะไรบ้าง คอยบอกว่าวิชานี้สอบบทอะไร พวกมึงอาจไม่ได้รู้สึกอะไรแบบนี้เหมือนกู แต่ก็ขอบใจที่ทำให้กูอยู่ในมหาลัยอย่างมีความสุข เพราะรู้ว่า มามหาลัยทุกครั้งก็จะได้เจอพวกมึงไม่คนใดคนนึง แม้จะมาด้วยคำด่าว่า “มึงจะมาทำไมป่านนี้ เค้าเลิกเรียนกันแล้ว” แต่กูก็รู้สึกไม่เสียเที่ยว ที่มาม. เพราะได้เจอพวกมึง ได้ไปกินข้าวกับพวกมึง ได้ไปเที่ยวกับพวกมึง ได้คุย ได้ด่า ได้นินทา เริ่มเขียนเริ่มง่วง ไม่รู้ว่าจะมีใครทนอ่านถึงบรรทัดนี้รึป่าว ก็จะจบและ เพราะเริ่มหมดมุข สุดท้ายก่อนจะจบ อยากบอกว่า รักนะจ๊ะ จุ๊บๆ เขต นุ่น อ้อ ตาล หลิน พัด แอน นี่คือ seven ของกู เป็น 7 คนที่เป็นเพื่อนกู ขออวยพรให้ทุกคนมีความสุขกับสิ่งใหม่ๆที่จะได้พบเจอในชีวิตอีกไม่นานนี้ ได้เริ่มต้นชีวิตการเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว ประสบความสำเร็จในสิ่งที่เลือกทำ กูเคยทำพลาดเอาไว้ เมื่อตอนประถม และ มัธยม กว่าจะสำนึกได้ก็เสียดายที่ปล่อยเวลาล่วงเลยโดยไม่ทำอะไร ถึงแม้อาจจะไม่ได้เจอกันอีก กูก็จะเก็บความทรงจำดีๆเอาไว้ ขอให้โชคดีทุกคน มีอะไรให้ช่วยก็บอก
ปล. ไม่เคยเขียนอะไรแบบนี้มาก่อน ต้องขออภัยถ้าเขียนไม่ได้เรื่อง ไม่ค่อยช่ำชอง |
|
|||
|
|